ระหัดวิดน้ำ

       ในยามนี้ ใครไม่รับรู้ไม่เคยได้ยิน ภาวะวิกฤติโลกร้อน วิกฤติพลังงาน ภัยธรรมชาติฯลฯ... ไปจนถึงเกิดโครงการฟื้นฟูมากมาย เพื่อสร้างความร่วมมือกันเยียวยาโลกทั้งหมดนั้นล้วนแต่เป็นพันธะใหม่ที่มนุษยชาติต่างเร่งมือคิดและหาทางช่วยกันทำ ช่วยแก้ไขและช่วยกันเยียวยา แต่กระนั้น ในวิถีชีวิตมนุษย์คล้ายๆ กันนี้แหละ กลับมีมนุษย์ตัวเล็กๆ จำนวนไม่น้อยซึ่งรู้จักดำเนินชีวิตให้สอดคล้องหรือรู้จักคิดประดิษฐ์ เครื่องมือไว้ใช้สอยในรูปแบบที่ประหยัดและรบกวนธรรมชาติน้อยมาก 



รหัสวิดน้ำมีความสำคัญกับวิถีชาวนาอย่างไร 
 จริงๆแล้วรหัสวิดน้ำนี้มีประโยชน์มาก มีต้นทุนต่ำ แต่คนรุ่นหลังๆ ก็สนใจไปหลงใหลกับพลังงานเครื่องยนต์กันจนหมด 
วิถีชีวิตของคนทำรหัส วิดน้ำ ขึ้นมาใช้ในแปลงนาข้าว ตั้งแต่ดั้งเดิมจริงๆ นั้นของใครของมัน สมัยนั้นนิยมทำเป็นครอบครัว การใช้รหัสวิดน้ำ ใช้มานานตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย  รหัสหนึ่งตัวใช้กับนาได้ 30 ไร่ เมื่อก่อน ต่างคนต่างทำ ก็จะมีปัญหากันนิดหน่อย เพราะต่างคนต่างกั้นยกระดับน้ำให้สูง ให้แรงน้ำดันรหัส แต่ปัจจุบันไม่มีใครทำ เลยไม่มีปัญหา เรื่องแย่งน้ำ ต่อมาก็เลิกใช้กัน ก็เลิกใช้มาประมาณ 20 กว่าปีแล้วหละที่เลิกใช้ เพราะชาวบ้านมีเครื่องยนต์ใช้ แล้วก็มาใช้รหัสยนต์กันแทน ถ้าถามเรื่องข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร รหัสยนต์ นี่ได้น้ำไวแป๊ปเดียวก็ได้น้ำเต็มนา แต่รหัสแรงดันน้ำแบบบ้านๆ นี่ นานหน่อยแต่ประหยัด คือหมุนทั้งปีก็ไม่เสียเงินสักบาท ลงทุนแต่ตอนแรก เท่านั้น ส่วนรหัสยนต์นี่เสียบ่อย ตัวหูโป่งเหมือนข้อต่อ ตรงนั้นมันหักบ่อย ยิ่งน้ำลึกๆ น้ำขึ้นสูงๆ รหัสยนต์ไปไม่ได้เลยถ้าเทียบราคากันแบบเดิมถ้าทำเอง มีไม้เอง ก็ไม่มีต้นทุน แต่เดี๋ยวนี้ต้องซื้อไม้กันแล้วก็เลยแพงหน่อย ที่สำคัญ ตัวหลุม (เพลา) มันแพงเพราะหายาก รหัสยนต์ราคาก็ 6,000 -7,000 บาท ราคาเมื่อปี 2520 

                   ในปัจุบันยังคงมีชาวบ้านบางส่วนหันกลับมาใช้ระหัดวิดน้ำกันเพราะคิดว่าเรามีพลังงานธรรมชาติจากน้ำ แถมการใช้รหัส ทำให้น้ำไหลหล่อเลี้ยงที่นาเราได้ตลอด ทำให้ดินชุ่มชื้นตลอด ต่างจากเครื่องสูบน้ำ ที่ปล่อยน้ำทีเดียวแล้วก็หยุดจนแห้ง แถมยังมีต้นทุนสูง กว่ารหัสมาก วิธีแบ่งน้ำกันก็ต้องหารือกันก่อน ว่าพอใช้หรือไม่ ทำให้ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องน้ำ ดังนั้น ชุมชนจึงสามัคคีกันเพราะพึ่งพาอาศัยกัน








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น